Subscribe:

DekvanzClub

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เชฟวี่ โคโลราโด รุ่นใหม่ บุกโครงการ “รถคันแรก”


เชฟโรเลต ส่งโคโลราโด รถกระบะพันธุ์แกร่งรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเชฟโรเลต อาวีโอ 1.4 ลิตร ร่วมงานแสดงยานยนต์ในโครงการรถคันแรก ซึ่งจัดโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังที่ไบเทค บางนา

มร.อันโต นิโอ ซาร่า รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เชฟวี่ โคโลราโด รุ่นใหม่ และเชฟโรเลต อาวีโอ 1.4 ลิตร เป็นรถที่รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ สมรรถนะการขับขี่ ความประหยัด และความคุ้มค่าในการใช้งาน

“โดยเฉพาะ อย่างยิ่งโคโลราโด ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของประสบการณ์ 100 ปีของเชฟโรเลตในการสร้างสรรค์รถกระบะพันธุ์แกร่ง ผลลัทธ์คือ โคโลราโด รุ่นใหม่ที่เป็นผู้นำในตลาดรถกระบะทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และคุณภาพเหนือมาตรฐาน” มร.ซาร่า กล่าว

ทั้งนี้ เชฟโรเลต จะนำรถกระบะโคโลราโด รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับเชฟโรเลต อาวีโอ 1.4 ลิตร ออกโชว์ตัว ซึ่งภายใต้โครงการรถคันแรกของรัฐบาล ผู้ซื้ออาวีโอ 1.4 ลิตร จะได้รับเงินภาษีคืนเต็มจำนวน 100,000 บาท ขณะที่เชฟโรเลต โคโลราโด อยู่ระหว่าง 18,821 - 100,000 บาท พร้อมเปิดให้ผู้สนใจได้ทดสอบลองขับด้วยในงานนี้ที่บูธบี4 ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 11 — 14 ตุลาคม 2554 นี้

ขณะเดียวกัน เชฟโรเลต ยังมีแคมเปญพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ โคโลราโด ดาวน์ 9 เปอร์เซ็นต์ ผ่อน 8,099 บาท หรือดาวน์ 25 เปอร์เซ็นต์ ผ่อน 6,529 บาท ขณะที่อาวีโอ 1.4 ลิตร ดาวน์ 9 เปอร์เซ็นต์ ผ่อน 7,118 บาท หรือดาวน์ 25 เปอร์เซ็นต์ ผ่อน 5,756 บาท

จากภาพ: คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี (ที่ 6 จากซ้าย) คุณบุญส่ง เตริยาภิรมย์ รมต ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (ที่ 7 จากซ้าย) และคุณอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง (ที่ 3 จากซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกับมร.อันโตนิโอ ซาร่า รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ที่ 5 จากซ้าย) และคุณครรชิต ไชยสุโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายรัฐกิจ ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้ายสุด) ภายในงาน “รถคันแรก” ซึ่งจัดโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ณ ไบเทค บางนา
ข้อมูลเพิ่มเติม
พันธมาศ กรีกุล
ผู้จัดฝ่ายประชาสัมพันธ์

บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร.+662 791 3400
อีเมล์: pantamas.krikul@gm.com

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15440.msg16996;topicseen#msg16996

Credit : คลิปพริตตี้

ประเทศไทย ประกาศความพร้อม จัดสุดยอดงานสินค้ายานยนต์แห่งอาเซียน “TAPA 2012” รับสมัครผู้ร่วมแสดงสินค้า วันนี้ — 30 พ.ย. 54

ประเทศไทย เดินหน้าจัด “TAPA 2012” สุดยอดงานแสดงสินค้ายานยนต์ระดับภูมิภาค พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการไทย ร่วมประกาศศักยภาพ โชว์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์การออกแบบใหม่ๆ ทั้งยานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ และอุปกรณ์ตกแต่ง ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” สมัครภายในวันที่ 30 พ.ย. 54

นาง นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่างานแสดงสินค้า ยานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2555 (Thailand Auto Parts & Accessories 2012) หรือ TAPA 2012 จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ซึ่งงานนี้จะมีผู้ซื้อจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาชมงาน นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ร่วมแสดงสินค้าจะใช้เวทีนี้ในการสร้างความเชื่อมั่น ว่าประเทศไทยยังพร้อมกับการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาคพร้อมเปิด เวทีเจรจาการค้า ประชาสัมพันธ์บริษัท รวมทั้งเปิดตัวสินค้า เทคโนโลยี นวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ให้กับผู้ซื้อรายใหม่ๆ ตลอดจนติดตามความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมยานยนต์

“งาน TAPA 2012 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 เมษายน 2555 บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร ที่ไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในแนวคิดเพื่อโลก สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดโลกร้อน โดยจะมีผู้ประกอบการชั้นนำจากประเทศไทยและต่างประเทศมาร่วมแสดงสินค้า และคาดว่าจะมีผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และตัวแทนจัดซื้อในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนผู้สนใจจากในประเทศไทยและต่างประเทศ มาร่วมชมงานกว่า 16,000 ราย” นางนันทวัลย์ กล่าว

งาน TAPA 2012 เปิดรับสมัครผู้ผลิต ผู้ส่งออก ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซัพพลายเออร์ ซับคอนดักเตอร์ของผู้ผลิต OEM/REM และผู้ประกอบกธุรกิจให้บริการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จในงาน TAPA 2012 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ -30 พ.ย. 54 โทร.02 507 8374 - 78 หรือโทรสายด่วนกรมส่งเสริมการส่งออก 1169

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.thailandautopartsfair.com, www.depthai.go.th, www.thaitradefair.com และ www.thaiautoparts.or.th

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15439.msg16995;topicseen#msg16995

Credit : คลิปพริตตี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขยายโชว์รูม 200 แห่ง ภายใน 2 ปี รับเปิดตัวรถอีโคคาร์


มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ปลื้มนโยบายขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและโชว์รูมมาตรฐานได้ผลมีทั้งนักลงทุน รายใหม่สนใจเป็นดีลเลอร์ในขณะที่ผู้จำหน่ายเดิมเร่งขยายสาขาเพิ่มหวังเจาะ ลูกค้าในระดับท้องถิ่นมากขึ้นส่งผลให้จนถึงขณะนี้มีโชว์รูมใหม่เกิดขึ้น แล้วกว่า 40 แห่ง ตั้งเป้าภายในปี 2556 มีโชว์รูมครบ 200 แห่งทั่วประเทศแน่นอน

มร. อาสึชิ เซอิโนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งความคืบหน้าภายหลังจากการประกาศนโยบายขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อ เพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานรวมทั้งสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการซื้อ รถยนต์มิตซูบิชิได้ง่ายขึ้นครอบคลุมทั้งในเขตกรุงเทพและต่างจังหวัด ด้วยการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ "มิตซูบิชิ" โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2553 ที่ผ่านมานั้นปรากฎว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักธุรกิจรายใหม่ และผู้จำหน่ายเดิมที่สนใจขยายสาขาเพิ่มเติม ส่งผลให้ปัจจุบันมิตซูบิชิมีผู้จำหน่ายทั้งสิ้น 97 ราย พร้อมโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ 150 แห่ง

“เพื่อรองรับ กับการเติบโตขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยเฉพาะการเติบโต ของตลาดรถยนต์นั่งในหัวเมืองใหญ่ๆในต่างจังหวัดที่มีอัตราเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่องประกอบกับเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถอีโคคาร์ของมิตซูบิชิ “มิตซูบิชิ โกลบอล สมอล” ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า เราจึงมีการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย พร้อมๆ ไปกับการปรับปรุงคุณภาพและรูปลักษณ์ของศูนย์บริการให้ทันสมัยและได้มาตรฐาน เดียวกัน โดยในด้านของการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายนั้นเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากนักธุรกิจที่สนใจในอุตสาหกรรมรถยนต์และมั่นใจในการดำเนินงานของมิตซูบิชิ ส่งผลให้ปัจจุบันมิตซูบิชิมีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมทุก ภูมิภาคทั่วประเทศแบ่งเป็นกรุงเทพและปริมณฑล 41 แห่ง และในภูมิภาคต่างๆ อีก 109 โดยแบ่งเป็น ภาคกลาง 35 แห่ง ภาคเหนือ 24 แห่ง ภาคตะวันออกฉียงเหนือ 29 แห่ง และภาคใต้ 21 แห่ง ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อว่าจะสามารถขยายโชว์รูมและศูนย์บริการได้ 160 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ และขยายเป็น 200 แห่งภายในปี 2556 อย่างแน่นอน” มร. เซอิโนะ กล่าว

ทั้ง นี้มร.มูราฮาชิยังได้กล่าวเสริมถึงยอดขายของบริษัทฯ ว่า “เมื่อพิจารณายอดขายในช่วงที่ผ่านมาพบว่านโยบายขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายมีผล ต่อยอดขายของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก โดยยอดขายรถยนต์ของมิตซูบิชิในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม — สิงหาคม) อยู่ที่ 47,061 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายจากการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายของบริษัทฯ ประมาณ 12%”

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานทั้งในด้านภาพลักษณ์ กระบวนการทำงาน ตลอดจนการให้บริการของทั้งผู้จำหน่ายเดิมและผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิราย ใหม่นั้น บริษัทฯ จัดให้มีหน่วยงานคอยกำกับดูแลโดยเฉพาะซึ่งหน่วยงานดังกล่าวจะเป็นทั้งผู้ให้ คำปรึกษา ติดตาม รวมทั้งตรวจสอบผลการทำงานของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการประเมินผลพร้อมมอบรางวัลให้กับผู้หน่ายที่มีคะแนนการ ดำเนินงานโดยรวมสูงสุดทั้งด้านงานขาย การบริการ และงานอะไหล่ เป็นประจำทุกปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการบริการของผู้จำหน่ายส่งผลให้ ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการ ณ ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศเกิดความรู้สึกมั่นใจได้เป็นอย่างดี
ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ณ สิงหาคม 2554

รายละเอียด                กรุงเทพ  ต่างจังหวัด                                           รวมทั่วประเทศ
ภาคกลาง   ภาคเหนือ  ภาคตะวันออกเฉียงเหรือ  ภาคใต้  รวม

โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน  41      32        21       24                  21     98   139

โชว์รูมเท่านั้น(ไม่มีศูนย์บริการ)  -       2         -        -                   -      2    2

ศูนย์บริการเท่านั้น(ไม่มีโชว์รูม)  -       -         2        1                   -      3    3

โชว์รูม / ศูนย์บริการ ชั่วคราว  -       1         1        4                   -      6    6

รวม                      41      35        24       29                  21     109  150
สอบถามข้อมูลข่าวเพิ่มเติม
ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์
โทร. 02-529-9000

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15438.msg16994;topicseen#msg16994

Credit : คลิปพริตตี้

Lexus Ramintra โดยบริษัท เลกซัส ออโต้ ซิติ้ จำกัด จัดกิจกรรม “Lexus Golf Tournament 2011”

Lexus Group ร่วมกับ Lexus Ramintra โดยบริษัท เลกซัส ออโต้ ซิติ้ จำกัดจัดกิจกรรม “Lexus Golf Tournament 2011” ณ Amata Spring Country Clubเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลตามแบบฉบับของ Lexus เมื่อวันที่ 6กันยายน 2554 ที่ผ่านมา
ส่วนการตลาด บริษัท เลกซัส ออโต้ ซิติ้ จำกัด
Lexus Ramintra Call Center : 02-521-1111
www.lexusautocity.com ; www.facebook.com/LexusAutoCity

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15437.msg16993;topicseen#msg16993

Credit : คลิปพริตตี้

Lexus Ramintra โดยบริษัท เลกซัส ออโต้ ซิติ้ จำกัด จัดกิจกรรม Workshop จัดดอกไม้สไตส์ญี่ปุ่น (IKEBANA) “TheHeart of Beauty”

Lexus Group ร่วมกับ Lexus Ramintra โดยบริษัท เลกซัส ออโต้ ซิติ้ จำกัด จัดกิจกรรม Workshop จัดดอกไม้สไตส์ญี่ปุ่น (IKEBANA) “The Heart of Beauty” ให้กับลูกค้าของ Lexus Ramintraโดยศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดัง “คุณ สกุล อินทกุล” ผู้มีชื่อเสียงอย่างกว้าง ขวางในระดับนานาชาติซึ่งมีผลงานมากมาย มาเป็นวิทยากร เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา
ส่วนการตลาด บริษัท เลกซัส ออโต้ ซิติ้ จำกัด
Lexus Ramintra Call Center : 02-521-1111
www.lexusautocity.com ; www.facebook.com/LexusAutoCity

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15436.msg16992;topicseen#msg16992

Credit : คลิปพริตตี้

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 3เอ็ม ชวนผู้โชคดี ดูหนังกัน...มันส์ยกก๊วน

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 3เอ็ม ร่วมกับ วอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่น พิคเจอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนผู้โชคดีจากกิจกรรม “ก๊วน ซิ่ง ซ่า” บนหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊ค 3M AUTO FILM Thailand ร่วมชมภาพยนตร์อนิเมชั่นรถซิ่งสุดป่วน “Cars 2 สายสืบสี่ล้อ...ซิ่งสนั่นโลก” รอบพิเศษกันแบบยกก๊วน พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมและรับของที่ระลึกจากฟิล์มกรองแสง 3เอ็ม ณ โรงภาพยนตร์ เอสเอฟเวิล์ด ซินิม่า เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้

ที่มา : ThaiPR.net 

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15390.msg16909;topicseen#msg16909

Credit : คลิปพริตตี้

(ซื้อ)น๊อตกลึงหัวทอง,หางปลา ครับ

ขอพื้นที่นายเจหน่อย 
(ซื้อ)น๊อตกลึงหัวทอง,หางปลา ครับ มีรูปช่วยโชว์ให้ดูด้วยครับ

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15387.msg16903;topicseen#msg16903

Credit : คลิปพริตตี้

ผลกระทบจากอุทกภัยในภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทยที่มีต่อการดำเนินธุรกิจของฮอนด้า

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย เปิดเผยถึงผลกระทบต่อธุรกิจของฮอนด้าจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเนื่อง จากฝนตกหนักในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนับแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ล่าสุดมีดังต่อไปนี้

- โรงงานผลิตของฮอนด้าทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ น้ำท่วมในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ผลิตให้กับฮอนด้าประสบปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถจัด ส่งชิ้นส่วนให้ได้

- โรงงานผลิตรถยนต์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม ถึงวันที่ 8 ตุลาคม เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต ต่อมาในวันที่ 8 ตุลาคม ได้มีน้ำไหลเข้าท่วมโรงงาน จึงทำให้ต้องหยุดการผลิต ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม เป็นต้นไป

- โรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้า บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ผลิตชิ้น ส่วนประสบปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนเพื่อการผลิตให้ได้ ซึ่งในส่วนของเครื่องยนต์อเนกประสงค์ได้หยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 6 ถึงวันที่ 8 ตุลาคม และยังคงหยุดผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่สามารถคาดการณ์การฟื้นตัวของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถจักรยานยนต์ยังสามารถดำเนินการผลิตได้อยู่ ทั้งนี้ อุปกรณ์และเครื่องจักรภายในบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ยังไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมแต่อย่างใด

- ฮอนด้าจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะทุ่มเทความพยายามในการบริหารจัดการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้โดยเร็วที่สุด

- ฮอนด้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้ประสบอุทกภัยในประเทศไทย และหวังว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ จะกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว บริษัทฯ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจจะเกิดขึ้นต่อลูกค้าทุกท่านมา ณ ที่นี้ และหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบต่อไป

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=15386.msg16900;topicseen#msg16900

Credit : คลิปพริตตี้

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ไขข้อข้องใจเหล่าเซเลบสาวๆ ในการขับขี่ปลอดภัย และช่วยประหยัดน้ำมัน กับโครงการ “Driving Skills for Life” โดย ฟอร์ด ประเทศไทย


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าสาวๆ จากหลากหลายวงการได้รวมตัวกัน ทั้งคู่พี่น้องดีไซเนอร์ เพื่อนซี้นางงาม เพื่อนซี้เซเลบริตี้ เพื่อนซี้ผู้ประกาศข่าว อาทิ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล, ม.ร.ว.นิภานพดารา ยุคล, ม.ล.อรณิช กิติยากร, ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา, กุณฑีรา ปัจฉิมสวัสดิ์, ศศิชา รัตนถาวร, ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส 2550 และ รฐกร สถิรบุตร รองอันดับ 2 มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2552 มาร่วมอบรมในโครงการ “Driving Skills for Life — ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 นำทีมโดย ชยภัค ลายสุวรรณ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมด้วยวิทยากรฟอร์ด เชษฐา ศรีกาญจนเพริศ ที่มาเผยเทคนิคเคล็ดไม่ลับให้สาวๆ ขับรถเป็น ไม่ใช่ขับรถได้ และยังพาหล่าสาวๆ ร่วมทริปแข่งขันขับขี่ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน โดยออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ ณ โรงแรมเรเนซองส์ ถนนราชประสงค์ มุ่งหน้าสู่ ซิลเวอร์ เลค พัทยา จ.ชลบุรี ไร่องุ่นท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย โดยทีมชนะจากการแข่งขันขับขี่ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน ในครั้งนี้ได้แก่ คู่เพื่อนซี้ผู้ประกาศข่าว กุณฑีรา ปัจฉิมสวัสดิ์ และศศิชา รัตนถาวร ที่สามารถขับขี่รถยนต์ประหยัดน้ำมันได้มากที่สุด ที่อัตราเฉลี่ยน้ำมัน 1 ลิตร ต่อระยะทาง 20.76 ก.ม.

ความ สนุกสนานในโครงการ “Driving Skills for Life — ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 โดยฟอร์ด ประเทศไทย ในครั้งนี้ ไม่เพียงเหล่าบรรดาสาวสวยจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศสวยของไร่องุ่น ซิลเวอร์ เลค พัทยา จ.ชลบุรี ในทริปการแข่งขันการขับขี่ปลอดภัยประหยัดน้ำมัน ที่ก่อนจะออกเดินทาง สาวๆ ยังได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีต่างๆ ก่อนลงมือปฏิบัติบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าสาวๆ ยังได้รับคำตอบที่คาใจ เกี่ยวกับการใช้รถที่ถูกต้อง เพื่อความความปลอดภัย และช่วยประหยัดน้ำมัน ที่ผู้หญิงต้องรู้ จาก เชษฐา ศรีกาญจนเพริศ วิทยากรฟอร์ด ซึ่งเผยว่า “เชื่อว่าหลายคนมักจะเคยได้ยินว่า “อ๋อ คันหน้าผู้หญิงขับ” แล้วผู้หญิงก็จะเกิดความกังขาว่า แล้วผู้หญิงขับรถมันเป็นอย่างไร ต่างกันตรงไหนหรือ ซึ่งต้องมาพิจารณาและเข้าใจในธรรมชาติการขับรถระหว่างผู้หญิงและผู้ชายกัน ก่อนว่า ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะมีพฤติกรรมการขับรถที่เร็ว และมีการตัดสินใจที่ชัดเจนและไว แต่ในขณะที่พื้นฐานของผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นเพศที่ขี้กลัว การตัดสินใจช้า ดังนั้นเวลาขับรถ พอมีช่วงจังหวะให้ออกได้ ก็จะลังเลออกไม่ออก ในขณะที่คันหลังเป็นผู้ชายขับมาด้วยความเร็วชนท้ายเข้า อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย การขับขี่รถยนต์สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สติ และสมาธิ รวมถึงการฝึกฝนในการขับขี่ที่ต้องมีความชำนาญ และการกล้า”

นอกเหนือ จากภาคทฤษฎีขั้นพื้นฐานที่เหล่าสาวๆ ได้เรียนรู้ อาทิ การปรับเบาะนั่งที่เหมาะสม, คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลา, การปรับกระจกมองข้าง และกระจกมองหลัง ที่เหมาะสม, การจับและหมุนพวงมาลัยที่ถูกวิธี, ตำแหน่งการวางเท้าที่ถูกวิธี, การรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้า ประมาณ 3 วินาที, การมีสมาธิในการขับ, การใช้เบรกในสถานการณ์ต่างๆ และการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดแล้ว

เหล่าสาวๆ ยังได้ซักถามไขข้อข้องใจจากกูรูผู้รอบรู้ของรถยนต์ฟอร์ด อาทิ หาก คันเร่งค้าง จะทำอย่างไร ซึ่งหากรถยนต์มีอาการคันเร่งค้าง สิ่งแรกที่ควรทำคือ ควรตั้งสติแล้วลองเหยียบเบรก หากเหยียบแล้วรถยังไม่ชะลอหยุด ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ว่าง จากนั้นยกเบรกมือขึ้น โดยดึงขึ้นยกลงย้ำๆ หลายๆ รอบ ซึ่งหากความเร็วยังไม่ลดลง ให้ดับเครื่องยนต์ทันที หรือหากขับรถขณะฝนตกแล้วเกิดฝ้าขึ้นที่บริเวณกระจกด้านข้าง วิธีการแก้ไขคือการกดปุ่มละลายฝ้า พร้อมกับปรับเร่งแอร์ให้เย็นขึ้น เพราะการเกิดฝ้าที่กระจกนั้น เกิดจากอุณหภูมิภายในห้องโดยสารสูงกว่าอุณหภูมิภายนอกรถยนต์ที่เย็นกว่า หรือ การจอดรถติดระหว่างขึ้นสะพาน

หรือติดไฟแดง ควรทำอย่างไร ควรจะเข้าเกียร์ว่าง แล้วดึงเบรกมือขึ้นด้วย เพราะหากเปลี่ยนเกียร์มาไว้ที่เกียร์จอดรถ หากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน การเปลี่ยนจากเกียร์ว่าง มาที่เกียร์ขับรถ จะสะดวกและทันท่วงทีกว่า การยืดอายุการใช้งานที่ปัดน้ำฝน พยายามหลีกเลี่ยงการจอดตากแดด และไม่ควรยกที่ปัดน้ำฝนขึ้น เพราะจะทำให้สปริงที่ข้อต่อเสียได้ และการเปลี่ยนผ้าเบรกรถยนต์ ก่อนเปลี่ยนให้เช็คที่น้ำมันเบรกว่าพร่องลงไปไหม หรือเวลาเหยียบเบรกแล้วมันเหยียบลึกมากไปหรือไม่ แต่ระยะเวลาที่ควรเปลี่ยนโดยประมาณคือ 50,000 ก.ม. หรือ 2 ปี

เมื่อ ได้เรียนรู้หลักทฏษฎี ก็ถึงเวลาที่เหล่าสาวๆ ได้ลองลงมือปฏิบัติกับการแข่งขันและเรียนรู้วิธีการขับขี่ประหยัดน้ำมัน และปลอดภัย โดยมีจุดมุ่งหมายที่ ซิลเวอร์ เลค พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งทีมชนะในการขับขี่ประหยัดน้ำมัน และปลอดภัย คือ คู่เพื่อนซี้ ผู้ประกาศข่าว กุณฑีรา ปัจฉิมสวัสดิ์ และศศิชา รัตนถาวร ที่สามารถขับขี่รถยนต์ประหยัดน้ำมันได้มากที่สุด ซึ่งเฉลี่ยน้ำมัน 1 ลิตรต่อระยะทาง 20.76 ก.ม. โดย มายด์ - กุณฑีรา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร เผยถึงการชนะในครั้งนี้ว่า “มายด์ได้ลองทำและเรียนรู้ตามที่เทรนเนอร์บอก คือขับความเร็วไม่เกิน 90 ก.ม./ช.ม. ประกอบกับดูไมล์รถยนต์ให้สัมพันธ์กัน คือวิ่งที่ 2,000 — 2,500 รอบ พร้อมกับปรับแอร์ให้ได้ความเย็นที่ 25?C”

ผู้เข้าร่วมแข่งขันทีม อื่นๆ เช่น หญิงแอร์ - ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล เผยว่า “เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุไม่คาดฝัน ขับรถชนเสยเสาไฟฟ้าที่หน้ามหาวิทยาลัย แรงขนาดว่าถุงลมนิรภัยออกมาทำงาน ตัวเองก็บาดเจ็บแต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก หลังจากนั้นมาทำให้การขับขี่รถยนต์จะระมัดระวังมากขึ้น ไม่ขับรถเร็วจนเกินไป อย่างที่ได้มาอบรมในโครงการนี้ เทรนเนอร์ได้พูดถึงเข็มขัดนิรภัย มีส่วนช่วยมากจริงจริงๆ ค่ะ เพราะวันนั้นถ้าตัวเองไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยคงจะเป็นอุบัติเหตุที่หนักกว่า นั้นมาก ต้องยอมรับว่าการมาอบรมในครั้งนี้ มีบางเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว แต่ก็มีบางเรื่องที่เราไม่รู้ รวมถึงการดูแลรักษารถยนต์อย่างไรให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ อย่างปลอดภัย โดยไม่เกิดอุบัติเหตุทั้งตัวเอง และผู้อื่น ถือว่าเป็นการมารื้อฟื้นความจำอีกรอบค่ะ”

ในขณะที่คู่เพื่อนซี้นาง งาม อย่าง กวาง - ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส 2550 และ กี้ - รฐกร สถิรบุตร รองอันดับ 2 มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2552 เผยถึงการมาร่วมในโครงการนี้ โดยนางงามรุ่นพี่ ฟ้ารุ่ง เผยว่า “การมาอบรมในโครงการนี้ดีมากค่ะ และก็สนุกมาก ต้องยอมรับว่าความรู้ที่ได้รับมาในครั้งนี้มีประโยชน์มาก บางเรื่องเป็นเรื่องที่เรารู้ แต่ลืม หรือไม่ได้ทำ ก็มี อย่างการขับขี่ประหยัดน้ำมัน กวางรู้นะว่าถ้าเราขับไม่เกิน 90 ก.ม. / ช.ม. จะประหยัดน้ำมัน แต่เราไม่เคยทำ เพราะไม่เคยมีใครมาวัดให้เห็นเป็นรูปธรรม แต่วันนี้กวางเห็นแล้วค่ะว่ามันประหยัดน้ำมันได้จริง เพราะทีมชนะเขาขับตามที่อบรม น้ำมัน 1 ลิตร ขับได้ถึง 20.76 ก.ม. ในขณะที่ทีมเรามาเป็นอันดับที่ 4 ใช้น้ำมัน 1 ลิตรเท่ากัน แต่ขับได้ไกลแค่ 15.75 ก.ม. เท่านั้น ฉะนั้นที่ผ่านมาเราขับรถเผาผลาญน้ำมันไปมากขนาดไหน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ค่ะ ที่กวางจะนำมาปรับวิธีการขับขี่รถใหม่อีกครั้ง”

ด้าน สาวกี้ - รฐกร สถิรบุตร รองอันดับ 2 มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2552 เผยว่า “สนุกมากค่ะ เพราะระหว่างทางที่ขับมายังพัทยา พี่เทรนเนอร์ที่นั่งมาด้วย จะคอยสอนคอยบอกเทคนิคต่างๆ ซึ่งมีทั้งที่ตัวเองรู้อยู่แล้วบ้าง กับไม่เคยรู้เลย แต่มีคำพูดหนึ่งที่ตรงใจกี้ทำให้ต้องสะท้อนมองดูตัวเองคือ พี่เขาบอกว่าคนที่ขับรถเป็น กับ คนที่ขับรถได้ มันต่างกัน จึงทำให้รู้สึกว่าแล้วนี่ฉันขับรถเป็น หรือ ขับรถได้แค่ให้มันเคลื่อนตัวออกไปอยู่ ซึ่งทำให้กี้ต้องกลับมาปรับปรุงเรื่องการขับขี่รถของตัวเอง หากไม่รีบมาก เราก็ค่อยๆ ขับไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังเป็นการฝึกนิสัยในการขับขี่รถที่นุ่มนวลขึ้นด้วยค่ะ เพราะกี้เป็นคนที่ชอบขับรถมากค่ะ”

ส่วน ยุ้ย - ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา เผยว่า “ด้วยความที่เป็นคนขับรถเร็ว ทำให้เราระมัดระวังแต่เรื่องอุบัติเหตุ แต่ไม่เคยระวังเรื่องการประหยัดน้ำมัน พอได้มาแข่งขันมันทำให้เราเห็นภาพมากยิ่งขึ้น ว่าถ้าเราปฏิบัติตามที่เทรนเนอร์บอก ขับที่ความเร็วเท่านี้ อุณหภูมิเท่านี้ จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ หรือหากคันเร่งค้าง ถ้าเป็นเราที่อยู่ในสถานการณ์ ก็คงจะแค่เหยียบเบรก แต่จริงๆ แล้วเบรกมือก็ยังนำมาใช้ได้ แต่คนส่วนใหญ่อาจจะลืม หรือไม่รู้ จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้รู้ว่าบางครั้งการเลือกซื้อรถยนต์ เราไม่ควรจะตัดสินจากดีไซน์ที่สวยงาม แต่เราควรเลือกที่สมรรถนะในการขับขี่ที่จะช่วยให้เราปลอดภัยมากกว่า แต่นอกเหนือจากนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเองด้วย เช่นต้องคาดเข็มขัดนิรภัย หรือท่วงท่าในการขับขี่ที่ต้องปลอดภัยด้วยเช่นกัน รวมถึงสมาธิสำคัญมาก ต่อให้รถดีขนาดไหน มีระบบเซฟตี้เลิศมากเท่าใด แต่หากคนขับขาดมาธิแล้วก็ไม่ช่วยอะไรค่ะ”

และเพื่อนสาวคนสนิท น้ำอบ - ม.ล.อรณิช กิติยากร เผยว่า “เป็นคนค่อนข้างใจร้อน พอเห็นถนนโล่งเป็นต้องเหยียบ พอได้มาอบรมได้ความรู้ที่เยอะมาก และที่สำคัญยังได้เรียนรู้ว่าการขับรถจะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งไม่คาดฝันมันกเกิดขึ้นได้ทุกเวลาจริงๆ อุปกรณ์ในรถสามารถช่วยเหลือเราได้จริง แต่สติเราก็ต้องมี ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้อุปกรณ์ด้วยว่า หากเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้นมา เราจะสามารถใช้อะไรก่อนหรือหลัง ซึ่งบางอย่างที่เทรนเนอร์บอกในวันนี้มันคือความจริงนะ อย่างหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เช่น คันเร่งเสีย มันมีวิธีที่เราจะเอาชีวิตได้มากมาย หากทำทุกอย่างแล้วไม่เป็นผล ก็ดับเครื่องซิ ทุกอย่างก็จบ ก็รอด แต่คนส่วนใหญ่มักจะชอบกลัวว่า ถ้าเกิดทำลงไปแล้วรถฉันจะเสียจะพังแน่ๆ แต่กลับไม่ยอมคิดว่าถ้าตัดสินใจทำแล้วชีวิตฉันรอด อะไรคือสิ่งที่มันคุ้มกว่ากัน”

สาวได้รู้เคล็ดลับดีๆ มากมายเกี่ยวกับการขับขี่ที่ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันกันไปแล้ว หลังจากนี้ไปจะมากล่าวหากันไม่ได้แล้วนะว่าคันหน้า “ผู้หญิงขับ”
หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ จำกัด
โทร.0-2434-8300 สุจินดา, แสงนภา, ภัควลัญชญ์

ที่มา : ThaiPR.net

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=14937.msg16283;topicseen#msg16283

Credit : คลิปพริตตี้

งานเปิดตัว Lamborghini Gallardo LP550-2 Tricolore

ประเทศอิตาลีรวมตัวกันก่อตั้งเป็นประเทศเมื่อปี 2404 หรือเมื่อ 150ปีก่อน โดยกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ได้รวมรัฐต่างๆ ที่อยู่ในคาบสมุทรนี้และเกาะซิซิลี โดยมีเมืองตูรินเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของอิตาลียุคใหม่ มาสถาปนาเป็นประเทศอิตาลี ดังนั้นบริษัท นิช คาร์ จำกัดตัวแทนจำหน่ายแลมโบร์กินีแห่งเดียวในประเทศไทย จึงร่วมเฉลิมฉลองการรวมประเทศของอิตาลี ด้วยการเปิดตัวรถซุปเปอร์คาร์สายพันธุ์อิตาลีเมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2554ที่ผ่านมา ณ โชว์รูมแลมโบร์กินี ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยคุณวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชคาร์ จำกัด เจ้า Lamborghini Gallardo Tricolore ภายใต้รหัส LP550-2 เป็นรุ่นพิเศษที่ทางแลมโบร์กินีผลิตออกมาเพื่อเฉลิมฉลองการรวมประเทศของ อิตาลี ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียงแค่ 150 คันทั่วโลกเท่านั้น ความพิเศษของเจ้ากระทิงตัวนี้ จัดทำเพียง 2 สี มีสีขาวและสีดำ และมีลายอันโดดเด่นเป็นลายเขียวแดง(ธงชาติ อิตาลี) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของไตรคัลเลอร์ คาดผ่านลำตัวตั้งแต่ทางด้านหัวรถไปจรดท้ายรถ หัวใจของเจ้ากระทิงนี้คือ เครื่องยนต์ 10สูบ ขนาด 5.2ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อหลังให้พละกำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ทำให้เจ้ากระทิงตัวนี้สามารถพุ่งด้วยความเร็วจาก 0-100 โดยใช้เวลาเพียง 3.9 วิ เท่านั้น และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงสามารถครอบครองเจ้ากระทิงตัวพิเศษตัวนี้ได้โดยติดต่อตัวแทนจำหน่ายรถ แลมโบร์กินีแห่งเดียวในประเทศไทย บริษัท นิช คาร์ จำกัด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-3794422*115 นิชคาร์

ที่มา : ThaiPR.net 

จากลิงค์ http://www.dekvanzclub.in.th/smf/?topic=14916.msg16257;topicseen#msg16257

Credit : คลิปพริตตี้